ผู้เขียน หัวข้อ: รายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการแจกลูกสะกดคำ ป.๑ นายจำรัส วันดี  (อ่าน 1581 ครั้ง)

plus minus reset

chanwit

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 10

  • Level and Hp Level 2 : Exp 63%
    HP: 0.1%
    • ดูรายละเอียด
ชื่อเรื่อง   รายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา
             ปีที่  ๑ เรื่อง การแจกลูกสะกดคำโดยใช้แผนผังความคิด
ผู้ศึกษา    นายจำรัส   วันดี
ปีที่ศึกษา   ๒๕๕๓


                                                                   บทคัดย่อ

                จากการจัดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยในชั้นประถมศึกษาในปัจจุบัน  พบว่านักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษายังขาดทักษะการแจกลูกสะกดคำ  ดังนั้น  ผู้รายงานได้ศึกษาค้นคว้าโดยนำแผนผังความคิดมาใช้ในการจัดการเรียนรู้  เรื่อง การแจกลูกสะกดคำ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาความรู้สาระการเรียนรู้ภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการเรียนรู้ภาษาไทย  เรื่อง  การแจกลูกสะกดคำโดยใช้แผนผังความคิด  กลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ จำนวน ๑๑ คน  ของภาคเรียนที่  ๒ 
ปีการศึกษา  ๒๕๕๓  โรงเรียนบ้านสร้อย(ประชารัฐรังสรรค์)  อำเภอพนา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ  โดยการเลือกแบบเจาะจง  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า  คือ  แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย  เรื่อง  การแจกลูกสะกดคำ  โดยใช้แผนผังความคิด  ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑  จำนวน  ๒๐  แผน  แบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ เรื่อง การแจกลูกสะกดคำโดยใช้แผนผังความคิด จำนวน ๒๐ ชุด และแบบทดสอบวัดและประเมินผลทางการเรียนชนิดเลือกตอบ  ๓  ตัวเลือก  จำนวน  ๓๐  ข้อ  ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่  ๐.๓๐- ๐.๗๐ และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ  ๐.๙๑  เวลาที่ใช้ในการทดลอง  ๒๐ ครั้ง  สถิติที่ใช้  คือ  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ดัชนีประสิทธิผล

ผลการศึกษา
                ๑.  แบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ เรื่อง การแจกลูกสะกดคำโดยใช้แผนผังความคิด มีประสิทธิภาพเท่ากับ ๘๖.๙๘/๘๗.๒๗ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐
                ๒.  ดัชนีประสิทธิผลของแผนการเรียนรู้ภาษาไทย  เรื่อง   การแจกลูกสะกดคำโดยใช้ แผนผัง ความคิด ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑  เท่ากับ  ๐.๖๒๑๖  แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น ๐.๖๒๑๖ หรือคิดเป็นร้อยละ ๖๒.๑๖