บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้วิธีสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทาง และ2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทาง
กลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนเทศบาล ๓ บ้านปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 26 คน โดยการเลือกสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม (Sampling Unit) ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้แบบตอบสนองด้วยท่าทาง และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและ ค่า t-test
ผลการวิจัยพบว่า1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. ดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทาง มีค่าเท่ากับ 0.5763 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนการจัดการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ 57.63