ผู้เขียน หัวข้อ: การศึกษาผลการพัฒนาการแต่งคำประพันธ์โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป  (อ่าน 743 ครั้ง)

plus minus reset

ครูวัลลีย์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2

  • Level and Hp Level 1 : Exp 40%
    HP: 0.2%
    • ดูรายละเอียด

ชื่อเรื่อง    การศึกษาผลการพัฒนาการแต่งคำประพันธ์โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป  เรื่องการแต่งคำประพันธ์กลอนสุภาพ โคลงสี่สุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
ชื่อผู้ศึกษา  นางวัลลีย์   ผลวัฒนะ
ปีที่ศึกษา   ๒๕๕๔

     การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปเรื่องการแต่งคำประพันธ์ กลอนสุภาพ โคลงสี่สุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านการแต่งคำประพันธ์ก่อนและหลังการใช้บทเรียนสำเร็จรูปเรื่องการแต่งคำประพันธ์ กลอนสุภาพ โคลงสี่สุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  ประชากรได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนร่ำเปิงวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ จำนวน ๒๙ คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ บทเรียนสำเร็จรูปเรื่องการแต่งคำประพันธ์ กลอนสุภาพ โคลงสี่สุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  จำนวน ๓ เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียน และหลังเรียน จำนวน ๔๐ ข้อ แผนการจัดการเรียนรู้ การแต่งคำประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพ โคลงสี่สุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จำนวน ๑๕ แผน วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานร้อยละ ๘๐/๘๐ จากสูตร E1/E2 และหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) เพื่อหาผลสัมฤทธิ์ด้านการแต่งคำประพันธ์ก่อนและหลังการใช้บทเรียนสำเร็จรูป
     ผลการศึกษาพบว่า บทเรียนสำเร็จรูปเรื่อง กลอนสุภาพ โคลงสี่สุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีประสิทธิภาพเท่ากับร้อยละ ๘๗.๖๖/๘๗.๗๖ สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ร้อยละ ๘๐/๘๐ ผลสัมฤทธิ์ด้านการแต่งคำประพันธ์ก่อนและหลังการใช้บทเรียนสำเร็จรูปก่อนการใช้บทเรียนสำเร็จรูปมีคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์เท่ากับ ๒๔.๙๗ และหลังการใช้บทเรียนสำเร็จรูปมีคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์เท่ากับ ๓๕.๑๐ จากคะแนนเต็ม ๔๐ คะแนน เมื่อนำข้อมูลที่ได้มาทดสอบค่า t (t-test) ได้ค่าเท่ากับ 19.16  แสดงว่าประชากรที่ได้รับการฝึกจากบทเรียนสำเร็จรูปมีค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ และประชากรที่เรียนโดยใช้บทเรียสำเร็จรูปเรื่อง กลอนสุภาพ โคลงสี่สุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น