ผู้เขียน หัวข้อ: ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD และการใช้เกมภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึก  (อ่าน 922 ครั้ง)

plus minus reset

มะลิรส

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1

  • Level and Hp Level 1 : Exp 20%
    HP: 0.2%
    • ดูรายละเอียด
                                                                        บทคัดย่อ

หัวข้อการวิจัย   ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD และการใช้เกมภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำ         
                กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ผู้ศึกษา         นางสาวเจียมจิตร  มะลิรส  ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านโนนสำราญ-ยางเรียน   
                อำเภอเซกา  จังหวัดบึงกาฬ   
ปีการศึกษา   2554
   การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD และการใช้เกมภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD และการใช้เกมภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนเรียนและหลังเรียนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD และการใช้เกมภาษาไทย กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านโนนสำราญ-ยางเรียน อำเภอเซกา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 25 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD และการใช้เกมภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  2) เกมภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและ  การเขียนคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 3) แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 4) แบบทดสอบ   วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 20  ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติสำหรับทดสอบสมมติฐาน การเปรียบเทียบความแตกต่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนทดลองและหลังการทดลองใช้ สถิติทดสอบที t – test (Dependent Sample) และใช้เวลาในการศึกษา 17 ชั่วโมง 

ผลการศึกษาพบว่า
   1. แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD และการใช้เกมภาษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.19/80.80 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
   2. ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD และการใช้เกมภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เท่ากับ 0.6364 แสดงว่านักเรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 63.64
   3ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านโนนสำราญ-ยางเรียน หลังการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD และการใช้เกมภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01