ผู้เขียน หัวข้อ: รายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่อง โครงงานการประดิษฐ์ของใช้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  (อ่าน 758 ครั้ง)

plus minus reset

bos_noy

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2

  • Level and Hp Level 1 : Exp 40%
    HP: 0.2%
    • ดูรายละเอียด
 ชื่อเรื่อง                        รายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้
จากเศษวัสดุ  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี   
     ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2 
หน่วยงาน                 โรงเรียนบ้านบุญช่วย
ปีการศึกษา                2554
ผู้ศึกษาค้นคว้า         นายสุกรี   รุ่งโรจน์
 
บทคัดย่อ
รายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80  2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ  ชั้นมัธยม ศึกษาปีที่  2  3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน  โดยใช้แบบฝึกทักษะ
เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจ     ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงาน         การประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ  กลุ่มสาระการเรียนรุ้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  โดยกลุ่มประชากรได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  โรงเรียนอนุบาลบ้านสะเดาและโรงเรียนบ้านบุญช่วย  อำเภอพลับพลาชัย  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์  เขต  2  ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2554  มีนักเรียนจำนวน  53  คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  ใช้เวลาเรียนจำนวน  21  ชั่วโมง  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มี  4  ชนิด  คือ  1) แบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้
จากเศษวัสดุจำนวน  6  เล่ม  ซึ่งมีค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพ  โดยผู้เชี่ยวชาญเท่ากับ  4.29  ซึ่ง           มีความเหมาะสมมาก  2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้
จากเศษวัสดุ  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี                      ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2                      จำนวน  21 
แผนการจัดการเรียนรู้  ซึ่งมีค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพ  โดยผู้เชี่ยวชาญเท่ากับ  4.32  ซึ่งมีความเหมาะสมมาก  3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน  ชนิด  4  ตัวเลือก  จำนวน  30  ข้อ  มีค่าความยากง่ายตั้งแต่  0.23 - 0.69  มีอำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่  0.35- 0.87 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ  0.72  ความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามของจุดประสงค์การเรียนรู้ (IOC)
มีค่าเท่ากับ  0.99  4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  จำนวน  16  ข้อ 
มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อของแบบสอบถามความพึงพอใจ  อยู่ระหว่าง  0.34 – 0.89  มีค่าความเชื่อมั่น
ทั้งฉบับเท่ากับ  0.86  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  คือ  ค่าเฉลี่ย  ร้อยละ  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่า  E.I
                ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏดังนี้
                        1.  แบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ และเทคโนโลยี  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  มีประสิทธิภาพเท่ากับ  82.32/81.74  ซึ่งเป็นไป
ตามเกณฑ์  80/80  ที่ตั้งไว้
                        2.  ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  มีค่าเท่ากับ  0.6471  หรือ
คิดเป็นร้อยละ  64.71
                        3.  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  ก่อนเรียนและหลังเรียน
โดยใช้แบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่  .01
                        4.  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2   มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้  โดยใช้ แบบฝึกทักษะ  เรื่อง  โครงงานการประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
 และเทคโนโลยี  มีค่าเฉลี่ย  3.94  โดยรวมอยู่ในระดับความพึงพอใจมาก