ผู้เขียน หัวข้อ: บทคัดย่องานวิจัยเรื่อง การศึกษาระบบการควบคุมและประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว  (อ่าน 4320 ครั้ง)

plus minus reset

NT_0910

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3

  • Level and Hp Level 1 : Exp 60%
    HP: 0.1%
    • ดูรายละเอียด
บทคัดย่อรายงานการวิจัย

ชื่อเรื่อง  :  การศึกษาระบบการควบคุมและประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ
                  โรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว  (กระวลราษฎร์วิทยา)  ด้วยยุทธศาสตร์การบริหารแบบมีส่วนร่วม
         โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
ผู้วิจัย  :  นายสุรเจตน์  ศิวะโสภณพงศ์
ตำแหน่ง  :  ผู้อำนวยการสถานศึกษา  วิทยฐานะผู้อำนวยการชำนาญการ
หน่วยงาน  :  โรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว  (กระวลราษฎร์วิทยา)  สำนักงานเขตจอมทอง  กรุงเทพมหานคร
ระยะเวลาดำเนินการวิจัย  :  ปีการศึกษา 2551  ถึงปีการศึกษา 2553

การวิจัยนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบการควบคุมและประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว  (กระวลราษฎร์วิทยา)  ด้วยยุทธศาสตร์การบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  ศึกษาปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหาระบบการควบคุมและประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน  ศึกษาผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยยุทธศาสตร์การบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียน  และเปรียบเทียบ
ผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยยุทธศาสตร์การบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว  (กระวลราษฎร์วิทยา)  ก่อนและหลังดำเนินการ  การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ  จึงใช้การศึกษาเฉพาะกรณี  และใช้วิธีการวิจัยเชิงพรรณนา  กลุ่มผู้ให้ข้อมูล  ได้แก่  ผู้บริหารสถานศึกษา  บุคลากรครู  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  และผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว  (กระวลราษฎร์วิทยา)  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน
การวิจัย  ได้แก่  บุคลากร  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  และผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6  โรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว  (กระวลราษฎร์วิทยา)  สำนักงานเขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร  ปีการศึกษา 2553  รวมทั้งสิ้นจำนวน 152 คน  จำแนกออกเป็น  1) บุคลากรจำนวน 21 คน  ใช้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูทุกคนเป็นกลุ่มตัวอย่าง  เนื่องจากบุคลากรมีจำนวนน้อยจะต้องสุ่มตัวอย่างมาก  ดังนั้นจึงเลือกบุคลากรทุกคนเป็นกลุ่มตัวอย่าง  2) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 13 คน  ใช้คณะกรรมการสถานศึกษาทุกคนเป็นกลุ่มตัวอย่าง  เนื่องจากคณะกรรมการสถานศึกษามีจำนวนน้อยจะต้องสุ่มตัวอย่างมาก  ดังนั้นจึงเลือกคณะกรรมการสถานศึกษาทุกคนเป็นกลุ่มตัวอย่าง  และ 3) ผู้ปกครองจำนวน 118 คน  เป็นผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6  ซึ่งสุ่มมาโดยการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยตารางเคร็จซี่  และมอร์แกน  และใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย  (Simple Random Sampling)  จากประชากรจำนวน 170 คน  เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์  การสังเกต  การสำรวจรายการบันทึกภาคสนาม  และประเมินการพัฒนาคุณภาพศึกษาด้วยการใช้แบบประเมิน 

   ผู้วิจัยดำเนินการควบคุมและประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว  (กระวลราษฎร์วิทยา)  โดยดำเนินการตามขอบเขตดังนี้  1) ขั้นตอนการศึกษาและเตรียมการควบคุมและประกันคุณภาพภายใน  2) ขั้นตอนการวางแผนการประกันคุณภาพภายใน  และ 3) ขั้นตอนการนำแผนการประกันคุณภาพภายในไปใช้  นอกจากนี้  ผู้วิจัยได้ดำเนินการบริหารโรงเรียนด้วยยุทธศาสตร์การบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามขอบเขตดังนี้ 
1) การบริหารโดยบุคลากรมีส่วนร่วม  2) การบริหารโดยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วม  และ 3)การบริหารโดยผู้ปกครองมีส่วนร่วม  และดำเนินการพัฒนาครูด้วยระบบครูพัฒนาครูตามขอบเขตดังนี้  1)  การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้  2) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้  3) การสร้างสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้  และ 4) การสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้
   ผลการวิจัย  พบว่า     
   1.  ระบบการควบคุมและประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว  (กระวลราษฎร์วิทยา)  ในขั้นตอนการศึกษาและเตรียมการประกันคุณภาพภายใน  พบว่า  โรงเรียนได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักการศึกษา  กรุงเทพมหานคร  และสำนักงานเขต  ได้กำหนดจุดเด่นที่เป็นความสำเร็จ  คือ  ผู้บริหารสถานศึกษาได้สร้างการรับรู้ 
ความถนัด  การยอมรับในความสำคัญจำเป็น  ตลอดจนสร้างความพร้อมในด้านต่าง ๆ ที่ทำให้บุคลากรทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน  ขั้นตอนที่สอง  คือ 
การวางแผนการประกันคุณภาพภายใน  พบว่า  โรงเรียนได้ดำเนินการจัดทำมาตรฐานการศึกษา  โดยยึดมาตรฐานการศึกษาของสำนักการศึกษา  กรุงเทพมหานคร  และสำนักงานเขต  เป็นมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา  โรงเรียนได้จัดทำข้อมูลพื้นฐานการศึกษาโดยการแบ่งข้อมูลสารสนเทศออกเป็น 3 ด้าน  คือ  ด้านปัจจัย  ด้านกระบวนการ  ด้านผลผลิต  แต่ยังไม่ได้ครบทุกมาตรฐานและตัวชี้วัด  ส่วนการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา  มีแผนยุทธศาสตร์  มีการดำเนินการตามแผน  และทำได้ค่อนข้างชัดเจนเป็นจุดเด่นของโรงเรียน  ขั้นตอนที่สาม  คือ  การนำแผนการประกันคุณภาพภายในไปใช้  พบว่า  โรงเรียนได้พยายามสร้างความเข้าใจกับบุคลากร  ได้พัฒนาบุคลากรอย่างหลากหลาย  มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินการประกันคุณภาพภายใน
   2.  ปัญหาในการดำเนินงานตามระบบการควบคุมและประกันคุณภาพภายใน  พบว่า  บุคลากรบางส่วนยังไม่ได้ให้ความสำคัญในการดำเนินการ  ไม่ตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเอง  แต่บุคลากรส่วนใหญ่ทำงานด้วยความกระตือรือร้น  ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้มีความมุ่งมั่นใน
การทำงาน  ในด้านการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานของบุคลากรยังไม่ชัดเจนในรูปแบบและวิธีการ  คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนหรือตัวแทนจากชุมชนไม่ค่อยมีส่วนร่วมใน
การดำเนินงาน  โรงเรียนขาดการนิเทศ  กำกับ  ติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง  โรงเรียนได้แก้ปัญหาโดยการเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน  เน้นการทำงานเป็นทีม  กำหนดบทบาทหน้าที่ให้ตัวแทนชุมชนเข้าร่วมการดำเนินงานให้ชัดเจน  จัดให้ความรู้เรื่องการประกันคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่อง  โรงเรียนเอาใจใส่ในการนิเทศติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดและพัฒนาบุคลากรด้วยวิธีการที่หลากหลาย  เพื่อให้ได้ตามที่มาตรฐานกำหนด  และพัฒนาไปสู่มาตรฐานการศึกษา
   3.  ผลการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยยุทธศาสตร์การบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว  (กระวลราษฎร์วิทยา)  มีดังนี้
      3.1  การดำเนินการบริหารโรงเรียนด้วยการบริหารโดยให้บุคลากร  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  และผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการคิด  ร่วมวางแผน  ร่วมตัดสินใจ  ร่วมรับผิดชอบ  ส่งผลให้การบริหารโรงเรียนเกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์  โดยผลการประเมินก่อนดำเนินการโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง  และหลังดำเนินการโดยรวมอยู่ในระดับมาก
      3.2  การดำเนินการบริหารโดยบุคลากรมีส่วนร่วม  ส่งผลให้การบริหารโรงเรียนเกิดประสิทธิภาพ  โดยผลการประเมินก่อนดำเนินการโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง  และหลังดำเนินการโดยรวมอยู่ในระดับมาก 
      3.3  การดำเนินการบริหารโดยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการภายในร่วมรับผิดชอบครบทุกขั้นตอนในการบริหาร  ทำให้การบริหารงานภายในโรงเรียนมีประสิทธิภาพ  โดยผลการประเมินก่อนดำเนินการโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง  และหลังดำเนินการโดยรวมอยู่ในระดับมาก
      3.4  การดำเนินการบริหารโดยผู้ปกครองมีส่วนร่วม  เป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีส่วนได้รับประโยชน์คือ  ผู้ปกครอง  มีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียน  ร่วมคิด  ร่วมทำ  ร่วมรับผิดชอบ  โดยผลการประเมินก่อนดำเนินการโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง  และหลังดำเนินการโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 
      3.5  ผลการดำเนินการพัฒนาครูด้วยระบบครูพัฒนาครูทั้ง 4 ด้าน  ได้แก่  ด้านการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้  ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ด้านการสร้างสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้  และด้านการสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้  พบว่า  โดยรวมก่อนดำเนินการอยู่ในระดับปานกลาง  และหลังดำเนินการโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
   4.  ผลการเปรียบเทียบการดำเนินการบริหารโรงเรียนด้วยยุทธศาสตร์การบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  และการดำเนินการพัฒนาครูด้วยระบบครูพัฒนาครู  ระหว่างก่อนและหลังดำเนินการ  พบว่า  ผลการประเมินระหว่างก่อนดำเนินการในปีการศึกษา 2551  และหลังดำเนินการในปีการศึกษา 2553  โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  และจากค่าเฉลี่ย  พบว่า  หลังดำเนินการสูงกว่าก่อนดำเนินการ